สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังจากระดับน้ำแม่สายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล้นตลิ่งเข้าท่วมตลาดสายลมจอย จุดขายสินค้าชายแดนไทย-เมียนมา ขึ้นชื่อของชายแดนแม่สาย
Photo: Mae Sai district Facebook page.
เหตุอุทกภัยดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากเผชิญกับอิทธิพลพายุยางิ ซึ่งลดระดับจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นเป็นพายุดีเปรสชัน ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทยเมื่อระหว่างวันที่ 8-10 ก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกหนักมาก และทำให้ อ.แม่สาย และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เกิดเหตุน้ำท่วมขึ้น
นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า นอกจากพื้นที่ตลาดสายลมจอยที่เกิดเหตุน้ำท่วมแล้ว ยังมีชุมชนแม่สาย หัวฝาย เหมืองแดง ไม้ลุงขน เกาะทราย ที่ได้รับผลกระทบด้วย
“น้ำที่ไหลลงมาตามลำน้ำสายมีขอนไม้ เศษไม้ สิ่งปฏิกูล ไหลลงมาด้วย คาดว่าพื้นที่ป่าต้นน้ำในประเทศเมียนมาฝนคงตกหนัก” นายพุฒิพงศ์ กล่าว
ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อ.แม่สาย ปลดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ที่ประสบเหตุน้ำท่วมเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ส่วนการประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สาย แจ้งว่าไม่สามารถเข้าพื้นที่สถานีสูบน้ำได้ จึงยังไม่สามารถจ่ายน้ำประปาได้ตามปกติ
ตลอดคืนที่ผ่านมาประชาชนในแม่สายที่กลายเป็นผู้ประสบภัยต่างโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อขอความช่วยเหลือให้อพยพออกจากพื้นที่ ซึ่งระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและไหลเชี่ยวกราก โดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ อ.แม่สาย ระบุว่า มวลน้ำที่ไหลเชี่ยวแรงทำให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนในเขตเทศบาลตำบลแม่สายได้ และต้องการเรือยางจำนวนมากเพื่ออพยพผู้ประสบภัย
ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย จัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบอุทกภัย 2 จุด ได้แก่ เทศบาลตำบลแม่สาย และวัดพรหมวิหาร
สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.เชียงราย รายงานวันนี้ (11 ก.ย.) ว่าเบื้องต้นทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเข้าพักในศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้ง 2 แห่งแล้ว 71 คน (ข้อมูล ณ เวลา 01.00 น. ของวันที่ 11 ก.ย.)
ขณะที่คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ รายงานว่า สถานีตรวจวัดน้ำฝน ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย มีปริมาณฝน 24 ชั่วโมงย้อนหลังสูงสุดในประเทศที่ 235.8 มิลลิเมตร (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ย. เมื่อเวลา 13.00 น.)
อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ภายใน 1-2 วันนี้ ฝนทางภาคเหนือจะซาลง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมภาคเหนือตอนบนได้เคลื่อนตัวไปปกคลุมประเทศเมียนมาแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำตามลุ่มน้ำต่าง ๆ ในภาคเหนือ
บีบีซีไทยพูดคุยกับ ดร.ธนพล พิมาน หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำจากสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (Stockholm Environment Institute – SEI) หนึ่งในผู้ศึกษาเหตุการณ์น้ำท่วมบริเวณพื้นที่แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก มาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อวิเคราะห์ว่าเหตุอุทกภัยในพื้นที่ชายแดนแม่สายเกิดขึ้นได้อย่างไร และเหตุใดเขาจึงมองว่า พื้นที่นี้มีแต่จะท่วมถี่มากขึ้น รุนแรงมากขึ้น หากไม่สามารถผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนได้
ดังนั้นการจัดการบริหารน้ำข้ามพรมแดนต้องเกิดขึ้น อุทกภัยมันไม่ได้เลือกหรอกว่าจะเกิดในไทยหรือเมียนมา เพราะน้ำมีหน้าที่ไหลจากที่สูงไปสู่ที่ราบตามกฎธรรมชาติ ผมจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องทบทวนตั้งแต่การวางผังเมืองไปจนถึงแผนยุทธศาสตร์เมืองแม่สาย ไม่อย่างนั้นแล้วก็จะเกิดเหตุเช่นนี้ต่อไปอีก
ดร.ธนพล พิมาน หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำจากสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (Stockholm Environment Institute – SEI)

